ต้องทำทันทีเมื่อ iPhone ตกน้ำ! ชาร์จไม่เข้า ลำโพงไม่ดัง แก้เองได้

ต้องทำทันทีเมื่อ iPhone ตกน้ำ! ชาร์จไม่เข้า ลำโพงไม่ดัง แก้เองได้

แนะนำแอปไล่น้ำพร้อมขั้นตอนการดูแล iPhone และวิธีทำให้แห้งอย่างถูกต้อง

 

ซื้อ iPhone ใหม่และอุปกรณ์เสริม ที่ iStudio by SPVi ผ่อน 0% ได้ทั้งช้อปหน้าร้าน หรือ ช้อปออนไลน์ มีบริการจัดส่งด่วนรับของทันทีภายใน 1 วัน (เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล) รับส่วนลดเพิ่มเมื่อนำเครื่องเก่ามาแลกใหม่ ไม่ใช่สินค้า Apple ก็เทรดได้ พร้อมส่วนลดพิเศษ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : iStudio by SPVi หรือ Line Official : @iStudioSPVi

 

 

ถ้ามีการแจ้งเตือนการตรวจพบของเหลวใน iPhone หมายความว่า iPhone ตรวจจับของเหลวได้ที่ขั้วต่อ Lightning หรือ USB-C หรือบนสายหรืออุปกรณ์เสริม เพื่อปกป้อง iPhone และอุปกรณ์เสริมของคุณให้ปลอดภัย จะไม่สามารถชาร์จและเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมได้จนกว่าขั้วต่อ ปลายสายและอุปกรณ์เสริมจะแห้งแล้ว

 

 

ไม่พร้อมให้ชาร์จ: จะปรากฏขึ้นหากเชื่อมต่อ iPhone ที่มีขั้วต่อ Lightning กับที่ชาร์จและตรวจพบของเหลว
ตรวจพบของเหลวในขั้วต่อ USB-C: จะปรากฏขึ้นหากเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมหรือที่ชาร์จกับ iPhone ด้วยสาย USB-C เป็น USB-A และตรวจพบของเหลว ให้ถอดสายชาร์จออกทันที

 

ควรทำอย่างไรหาก iPhone เปียกน้ำ แล้วลำโพงให้เสียงไม่ชัด

เช็ด iPhone ให้แห้งด้วยผ้านุ่มที่ไม่เป็นขุย เช่น ผ้าเช็ดเลนส์ แล้วะเปิดถาดใส่ซิม โดยวาง iPhone ให้ด้านที่มีลำโพงอยู่ด้านล่าง คว่ำช่องต่อ Lightning หรือ USB-C ลงบนผ้าที่ไม่เป็นขุยแล้วใช้เคาะเบา ๆ เพื่อเขย่าของเหลวที่ตกค้างออกมา จากนั้นให้วาง iPhone ไว้ในที่แห้งมีอากาศถ่ายเท การวาง iPhone ไว้หน้าพัดลมให้ลมเป่าที่ช่องต่อ Lightning หรือ USB-C โดยตรงอาจช่วยทำให้ iPhone แห้งได้เร็วขึ้น

 

หลังจากผ่านไปอย่างน้อย 30 นาที ให้ลองชาร์จด้วยสาย Lightning หรือ USB-C หากเห็นการแจ้งเตือนอีกครั้ง แสดงว่ายังมีของเหลวในขั้วต่อหรือใต้พินของสาย ให้วาง iPhone ไว้ในที่แห้งที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกเป็นเวลาไม่เกินหนึ่งวัน สามารถลองชาร์จอีกครั้งหรือเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมในช่วงเวลานี้ ซึ่งอาจใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมงจนกว่าจะแห้งสนิท

 

หากเป็นของเหลวอื่นนอกเหนือจากน้ำเปล่ากระเด็นหรือหกใส่ iPhone ให้ทำความสะอาด iPhone ทันทีที่สัมผัสกับสารปนเปื้อน สิ่งที่อาจทำให้เกิดคราบหรือความเสียหายอื่นๆ เช่น หมึก เครื่องสำอาง สบู่ สารซักฟอก อาหาร โลชั่นและน้ำมัน โดยค่อยๆ ล้างบริเวณนั้นด้วยน้ำอย่างระมัดระวังให้สะอาดก่อน

 


 

แอปไล่น้ำออกจาก iPhone

แอปคำสั่งลัด (Shortcuts) เป็นแอปฟรีบน iPhone ที่มีมาให้บน iPhone ถ้าใครเคยลบออกไปแล้วสามารถดาวน์โหลดกลับมาเพื่อใช้งานใหม่ได้ที่ App Store วิธีการใช้แอปคำสั่งลัดไล่น้ำออกจาก iPhone ให้คลิกที่ Water Eject เพื่อรับคำสั่งลัด แตะเปิดในคำสั่งลัด แล้วเลือก เพิ่มคำสั่งลัด

 

 

จากนั้นเมื่อกลับเข้ามาที่หน้าเมนูคำสั่งลัดทั้งหมดจะเห็นคำสั่ง Water Eject ที่ถูกเพิ่มเข้ามาเรียบร้อยแล้ว ให้แตะที่ Water Eject > Begin Water Eject แล้วรอจนกว่าการทำงานจะเสร็จสิ้น

 

 


 

แอป Sonic จะช่วยไล่น้ำออกจากลำโพงได้ด้วยเทคนิคการสั่นของคลื่นเสียงเพื่อดันให้น้ำออกมา ซึ่งเทคนิคนี้คล้ายกับหลักการทำงานของ Apple Watch ที่จะมีการเล่นชุดเสียงเพื่อไล่น้ำที่ค้างอยู่ในลำโพง สามารถดาวน์โหลดแอป Sonic ได้ฟรีที่ App Store หลังจากติดตั้งแอปเรียบร้อยแล้วให้เข้าไปที่แอป เลือกแถบเมนู Cleaner แล้วแตะที่รูปหยดน้ำตรงคำว่า Start เพื่อเริ่มการไล่น้ำออกจากลำโพง หรือไปที่หน้า Player เพื่อปรับคลื่นความถี่ที่จะช่วยไล่น้ำออกจากลำโพงแล้วแตะปุ่มเล่น สามารถเพิ่มการสั่งการนี้ไปยัง Siri ได้อีกด้วย

 

 


 

แอป Speaker Cleaner - Wave Clean ใช้เสียงคลื่นไซน์ของความถี่ที่กำหนดไว้ล่วงหน้าเพื่อไล่น้ำออกจากลำโพง iPhone คลื่นเสียงทำให้ลำโพงสั่นและสะบัดน้ำที่ติดอยู่ภายใน สามารถเลือก Main Speaker และ Little Speaker ได้

 

 


 

แอป Speaker Cleaner - Water Remove เป็นแอปที่ใช้งานง่ายเมื่อเข้ามาที่หน้าแอปให้แตะ Clean Speaker จากนั้นจะมีหน้านับเวลาถอยหลังต่อการไล่น้ำออกจากลำโพงในหนึ่งรอบ หากไม่มีน้ำออกมาจากลำโพงแล้วสามารถแตะปุ่ม Stop เพื่อจบการทำงานได้เลย

 

 


 

วิธีป้องกันความเสียหายจากของเหลวให้หลีกเลี่ยงสิ่งต่อไปนี้

  • การใช้งาน iPhone ขณะว่ายน้ำหรืออาบน้ำ
  • การทำให้ iPhone สัมผัสถูกน้ำที่มีแรงดันหรือความเร็วสูง เช่น ในระหว่างที่อาบน้ำฝักบัว เล่นสกีน้ำ เล่นเวคบอร์ด เล่นกระดานโต้คลื่น ขี่เจ็ทสกี เป็นต้น
  • การใช้ iPhone ในห้องซาวน่าหรือห้องอบไอน้ำ
  • การใช้ iPhone ในที่ที่มีอุณหภูมินอกเหนือจากช่วงอุณหภูมิที่แนะนำหรือในสภาวะที่มีความชื้นสูง
  • การถอดชิ้นส่วน iPhone รวมถึงการถอดสกรูออก

 

สิ่งที่ห้ามทำอย่างเด็ดขาดเมื่อ iPhone เปียกน้ำหรือสัมผัสสิ่งที่อาจทำให้เกิดคราบ

  • อย่าทำให้ iPhone แห้งโดยการใช้แหล่งความร้อนภายนอกหรือการฉีดลมใส่ เช่น การใช้ไดร์เป่าผม
  • อย่าใส่วัตถุแปลกปลอมเช่นสำลีก้านหรือกระดาษชำระเข้าไปในช่องต่อ Lightning หรือ USB-C
  • อย่าใส่ iPhone ลงไปในข้าวสาร เพราะอาจทำให้เศษข้าวขนาดเล็กสร้างความเสียหายกับ iPhone ได้
  • อย่าชาร์จอุปกรณ์จนกว่าจะแห้งสนิท การใช้อุปกรณ์เสริมหรือการชาร์จเมื่อเครื่องเปียกอาจทำให้ iPhone เสียหายได้ รออย่างน้อย 5 ชั่วโมงก่อนจะชาร์จด้วยสาย Lightning หรือ USB-C หรือเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริม
  • ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารฟอกขาวหรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ หลีกเลี่ยงไม่ให้ความชื้นเข้าไปในช่องเปิดต่างๆ
  • ห้ามแช่ iPhone ในสารทำความสะอาด
  • ห้ามใช้น้ำยาเช็ดกระจก น้ำยาทำความสะอาดเครื่องใช้ภายในบ้าน

 

หลังจากทำความสะอาด iPhone เบื้องต้นด้วยตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถนำ iPhone มาตรวจเช็คสภาพเครื่องและตรวจดูความเสียหายได้ที่ ศูนย์ iCenter เรามีบริการหลังการขายที่ครอบคลุมทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการตรวจเช็คสภาพเครื่องเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือซ่อมในส่วนต่างๆ ของตัวอุปกรณ์ภายใต้มาตรฐาน Apple Authorised Service Provider

 

iCenter ทุกสาขาเราให้บริการโดยช่างเทคนิคที่ผ่านการทดสอบ Apple Certified บริการซ่อมรวดเร็วด้วยเครื่องมือเเละซอฟต์แวร์ตรวจเช็คเฉพาะจาก Apple แจ้งสถานะการซ่อมเครื่องให้คุณทราบได้ตลอดระยะการซ่อม ทั้ง iPhone, iPad, AirPods, Mac ทุกรุ่น, Apple Watch เเละอุปกรณ์อื่นๆ ของ Apple บริการด่วนพิเศษเปลี่ยนแบต iPhone ภายใน 2 ชั่วโมง* และเปลี่ยนอะไหล่ iPhone ภายใน 1 วัน**


ถ้าอยากมีรูปถ่ายที่สวยถูกใจและคมชัดแบบนี้มาที่ iStudio by SPVi ได้เลย เรามีสินค้า iPhone พร้อมจำหน่ายทั้งหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ให้ลูกค้าทุกท่านได้เลือกมากมายไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad, MacBook และ Apple Watch พร้อมอุปกรณ์เสริมแบบครบครัน สามารถนำอุปกรณ์เครื่องเก่ามาเทรดอินรับเครดิตแลกซื้อสูงสุด 100,600.-* ได้ที่ iStudio by SPVi ทุกสาขาที่ร่วมรายการ 
 

*บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง ข้อกำหนด ราคา เงื่อนไขและรายละเอียดสิทธิประโยชน์โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

 ดูโปรโมชันและสิ่งที่น่าสนใจ
 AppleCare+ ราคาพิเศษ

 รวมราคา iPhone ทุกรุ่น ทุกสี
รวมราคา Mac & iPad ล่าสุด

 รวมราคา Apple Watch ทุกรุ่น
 สินค้า Apple ราคานักเรียน- นักศึกษา
 AppleCare+ ราคานักเรียน- นักศึกษา

กลับไปยังบล็อก