ฟีเจอร์ที่น่าสนใจและเข้ากับสถานการณ์ในช่วงนี้มาก ๆ บน Apple Watch Series 6 นั่นก็คือการวัดออกซิเจนในเลือดนั่นเอง โดยเราสามารถวัดระดับออกซิเจนในเลือดตามความต้องการได้ทุกเวลา โดยปกติแล้วเราจะต้องไปวัดค่าออกซิเจนในเลือดตามโรงพยาบาลหรือเครื่องมือที่ออกแบบมาโดยตรงเพื่อให้เราสามารถดูข้อมูลสุขภาพโดยรวมของเราได้ แต่ถ้าเรามี Apple Watch บนข้อมือสามารถวัดค่าออกซิเจนในเลือดได้สะดวกมากขึ้น 

     สำหรับคนส่วนใหญ่ระดับออกซิเจนในเลือดจะมีระดับออดซิเจนในเลือดอยู่ที่ 95 – 99 % และแอปออกซิเจนในเลือดออกแบบมาสำหรับผู้ใช้ที่มีอายุ 18 ปีขี้นไป การวัดระดับออกซิเจนที่ดีที่สุดคือเปิดแอปออกซิเจนแล้ววางข้อมือให้ราบและนิ่งที่สุดโดยให้ Apple Watch หงายขึ้นประมาณ 15 วินาที และใส่ Apple Watch ให้กระชับพอดี

ผลการวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือ electrocardiogram (ECG) ของ Apple นั้นได้แบ่งออกมาเป็น 4 แบบ

1. จังหวะไซนัส (Sinus) ผลตรวจที่แสดงเป็นจังหวะเต้นของ เนื้อเยื่อหัวใจกำเนิดไฟฟ้า (Sinus) หมายความว่าคลื่นหัวใจมีรูปร่างเดียวกัน

2. ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) ผลตรวจที่แสดงเป็น AFib หมายความว่าหัวใจเต้นในรูปแบบไม่สม่ำเสมอ AFib เป็นภาวะที่พบมากที่สุดกับหัวใจเต้นผิดจังหวะที่รุนแรง

3. อัตราการเต้นของหัวใจช้าหรือเร็ว อัตราการเต้นของหัวใจต่ำกว่า 50 BPM หรือเกินกว่า 120 BPM มีผลต่อความสามารถของแอปECG ในการตรวจสอบภาวะ AFib และผลการบันทึกถือว่าไม่สามารถสรุปผลได้

4. ไม่สามารถสรุปผลได้ ผลตรวจที่แสดงเป็นไม่สามารถสรุปผลได้ หมายความว่าไม่สามารถแยกประเภทได้ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ต้วยสาเหตุหลายประการ เช่น แขนไม่ได้วางบนโต๊ะในระหว่างบันทึก หรือ สวมใส่ Apple Watch หลวมเกินไป

อย่างไรก็ตามหากต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพที่แน่นอนมากยิ่งขึ้น ควรตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลและปรึกษาแพทย์

และนอกจากนี้ Apple Watch ยังสามารถทำงานร่วมกับแอปสุขภาพได้อีกหลากหลาย iStudio by SPVi ก็จะมาแนะนำแอปสุขภาพที่น่าสนใจและควรมีติดเครื่องกันไว้ค่ะ

Zova

ใครที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกาย หรือออกกำลังกายอยู่แล้วแต่อยากสร้างความสม่ำเสมอ มีวินัยในการออกกำลังกายเป็นกิจวัตรมากยิ่งขึ้น แอปนี้จะช่วยฝึกการออกกำลังกายโดยแบ่งโซนอัตรการเต้นของหัวใจที่กำหนด และมีการแนะนำคอร์สเพื่อสุขภาพรวมถึงการติดตามการเผาผลาญแคลอรี่ เพื่อจะได้เผาผลาญแคลอรี่มากขึ้นและช่วยสร้างกำลังใจให้คนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักประสบความสำเร็จมากขึ้น

MyFitnessPal

เหมาะกับผู้ที่ต้องการการควบคุมปริมาณแคลอรี่ในการรับประทานอาหารทั้งเพื่อเพิ่ม ลดหรือรักษาน้ำหนักให้คงที่ ตัวแอปจะช่วยจัดการรายละเอียดของแต่ละมื้ออาหารและควบคุมแคลอรี่ได้ รวมถึงติดตามการดื่มน้ำในแต่วัน

AutoSleep

แอปติดตามการนอนหลับที่แสดงผลสรุปเชิงลึกเกี่ยวกับการนอนได้อย่างละเอียด ตัวแอปจะติดตามการนอนหลับโดยวัดอัตราการเต้นของหัวใจ สภาพแวดล้อม การเคลื่อนไหว รวมถึงภาวะหลับลึกอีกด้วย

สนใจสั่งซื้อได้นี่ที่!!